ถ้าพูดถึงชื่อของ เซอร์เอ็ดวิน ฮาร์ดี้ อามีส ดีไซเนอร์ระดับตำนานของอังกฤษ ซึ่งล่วงลับไปแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน ขณะอายุ 93 ปี
นอกจากจะโด่งดังเป็นที่รู้จักในฐานะช่างฉลองพระองค์คู่ใจของควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ คุณปู่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นแดนผู้ดี ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคหลังสงครามโลก
ย้อนกลับไปชีวิตวัยเด็ก "ฮาร์ดี้ อามีส" เกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 1909 ที่ย่านเวสต์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ บิดาของเขารับราชการ ส่วนมารดาเป็นพนักงานขายอยู่ในร้านตัดเสื้อผ้าชั้นสูงสำหรับพระราชวงศ์ เขาจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเบรนท์วูด เมืองเอสเซ็กซ์ แต่แทนที่จะสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ตามแนวทางที่บิดาอยากเห็น "หนุ่มน้อยอามีส" กลับเลือกเดินทางตามหาความฝันในแบบของตัวเอง โดยสมัครไปฝึกงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่เมืองท่องเที่ยวเล็กๆทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เขาใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศสถึง 3 ปีเต็ม ก่อน จะย้ายไปร่ำเรียนภาษาเยอรมัน ที่เมืองเบนดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี
เมื่อ "อามีส" ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด ในปี 1930 ขณะอายุ 21 ปี เขาเริ่มต้นทำงานแรกกับบริษัท W&T Avery ผู้ผลิตตาชั่งรายใหญ่สุดของอังกฤษ มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม ภายหลังแม่ของเขาได้ฝากเข้าทำงานที่ห้องเสื้อเก่าแก่ของอังกฤษ "Lachasse" เพราะรู้ดีว่าลูกชายมีหัวด้านการออกแบบ ใช้ เวลาเพียงไม่นาน หนุ่มน้อยมาดนุ่มก็สามารถพิสูจน์ฝีมือจนได้รับโปรโมตเป็นดีไซเนอร์ ใหญ่ประจำห้องเสื้อ ขณะอายุ 25 ปี
อย่างไรก็ดี อาชีพช่างตัดเสื้อชั้นสูงของเขาต้องมาสะดุดชั่วคราว เมื่อสงคราม โลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น เขาถูกเรียกตัวไปรับใช้ชาติอยู่นานหลายปี โดยเริ่มจากสังกัดหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ จากนั้น ก็ย้ายไปประจำที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กระนั้น เขายอมรับในเวลาต่อมาว่า ในยุคนั้นมีกระแสต่อต้านตุ๊ดเกย์ในกองทัพรุนแรงพอควร แม้แต่ผู้บังคับบัญชาของเขา
ก็ระบุในรายงานว่า เขาเป็นนายทหารหนุ่มที่มีความเข้มแข็งทางร่างกาย และจิตใจเกินกว่าสภาพภายนอก เป็นคนมีไหวพริบดี และฉลาดหลักแหลม แต่มีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขคือ ท่าทางที่ดูมีจริตจะก้านเกินผู้ชาย!!
สมัยเป็นหนุ่มๆ แม้เขาจะพยายามปกปิดความเป็นโฮโมเซ็กชวลอย่างเต็มที่ เพราะกลัวสังคมไม่ยอมรับ แต่มีเรื่องเล่าต่อๆมาว่า ระหว่างประจำการอยู่ที่ประเทศเบลเยียม ขณะกำลังปฏิบัติการลับทางทหารที่แสนโหดเหี้ยมอยู่ในสนามรบ เขาได้สอดแทรกความเป็นตัวของตัวเองลงไปในเนื้องาน โดยนำชื่อเครื่องประดับแฟชั่นแบรนด์โปรดมาใช้เป็นรหัสลับทางทหาร ผลจากความชาญฉลาดและปฏิบัติหน้าที่ได้คล่องแคล่ว ทำให้นายทหารแต๋วแตกคนนี้ ได้ติดยศพันโทในเวลาอันสั้น สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่เหล่าทหารหาญ
อันที่จริงแล้ว ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เขามีโอกาสได้แสดงพรสวรรค์ด้านการดีไซน์เสื้อผ้าอยู่บ้างเป็นพักๆ โดยออกแบบเสื้อผ้าให้องค์กรการค้าของอังกฤษ และเนื่องจากห้องเสื้อ Lachasse ปิดตัวลงตั้งแต่เริ่มสงคราม เขาจึงเบนเข็มหันมาดีไซน์เสื้อผ้าสำเร็จรูปให้กับห้องเสื้อ Worth
ความฝันของเขาที่อยากมีห้องเสื้อเป็นของตัวเอง เพิ่งจะเป็น จริงเมื่อปี 1946 ตอนอายุ 37 ปี โดยเขาเซ้งห้องแถวเก่าๆที่โดนระเบิดบอมบ์ตอนสงครามโลกมาซ่อมแซมใหม่กลายเป็นห้องเสื้อชั้นสูง
ติดป้ายว่า "Hardy Amies Ltd." ตั้งอยู่เลขที่ 14 ของย่าน Savile Row ถนนช็อปปิ้งเก่าแก่ในเขตเมย์แฟร์ ใจกลางกรุงลอนดอน ซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านตัดสูทแบบเทเลอร์เมดสุดเนี้ยบสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ภายในเวลาไม่กี่ปี ชื่อเสียงของเขาก็ขจรขจายไปทั่วประเทศ โดยได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่มีฝีมือสุดพิถีพิถันสวยงามคลาสสิกชนิดยากหาใครเทียบได้
ถ้าเก่งเรื่องงานดีไซน์อย่างเดียวคงรุ่งไม่ได้ ติดตามอ่านต่อสัปดาห์หน้านะคะว่าคุณปู่ฮาร์ดี้ อามีส มีทีเด็ดอะไรจึงขึ้นหิ้งกลายเป็นดีไซเนอร์ระดับตำนานของอังกฤษ และยังได้รับความไว้วางพระทัยให้เป็น ช่างฉลองพระองค์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 อย่างต่อเนื่องเกือบ 5 ทศวรรษ.
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น